ReadyPlanet.com
dot
รวมกฎหมายและฎีกา
dot
bulletกฎหมายทั่วไป
bulletคดีครอบครัว
bulletคำพิพากษาคดีอาญา
bulletที่ตั้งสำนักงาน
bulletซื้อขายเช่าซื้อขายฝาก
bulletครอบครองปรปรปักษ์
bulletผู้จัดการมรดก
bulletกฎหมายแรงงาน
bulletทรัพย์สินกรรมนสิทธิ์
bulletหลักฐานการกู้ยืมเงิน
bulletสัญญาตัวแทน
bulletซื้อขายที่ดิน
bulletสัญญาเช่า
bulletลาภมิควรได้
bulletผู้คำประกัน
bulletคดีล้มละลาย
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletพ.ร.บ. ทนายความ




ผู้จัดการมรดก | สามีไม่ได้จดทะเบียน | ผู้มีส่วนได้เสีย

ทนายความบริษัทสำนักงานพีศิริ ทนายความ จำกัด  

ภาพจากซ้ายไปขวา ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ, ทนายความภคพล มหิทธาอภิญญา, ทนายความเอกชัย อาชาโชติธรรม, ทนายความอภิวัฒน์ สุวรรณ

-ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายโทร.  085-9604258 (ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ)

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางemail:  leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  (5) ID line  :

         (1) leenont หรือ (2) @leenont หรือ (3)  peesirilaw  หรือ (4) @peesirilaw   (5)   @leenont1                 

 

สามีภริยาอยู่กินกันมาถึง 16 ปี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อภริยาตาย โดยมีพี่สาวร่วมบิดาหนึ่งคน และพี่สาวร่วมบิดาร้องขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก สามีจึงร้องคัดค้านและขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว ศาลตั้งให้พี่สาวและสามีเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันได้ โดยถือว่าสามีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้นเป็นผู้มีส่วนได้เสีย

              คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2534 

ผู้คัดค้านกับผู้ตายอยู่กินเป็นสามีภริยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ได้ร่วมกันทำมาหากินจนมีทรัพย์สินต่าง ๆ บุคคลทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินเหล่านั้น ดังนี้สมควรที่จะตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นพี่ร่วมบิดากับนางสาวสำเนียง สามิภักดิ์ โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและตั้งผู้จัดการมรดกไว้การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้ จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นสามีไม่จดทะเบียนสมรสของผู้ตายมาประมาณ 16 ปี ไม่มีบุตรด้วยกันมีทรัพย์สินร่วมกัน ผู้ร้องไม่เหมาะสมและไม่มีความสามารถที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

         ผู้ร้องอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสำเนียง สามิภักดิ์ ผู้ตาย

             ผู้ร้องฎีกาขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแต่เพียงผู้เดียว
             ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นพี่ สาวร่วมบิดาแต่ต่างมารดากับผู้ตาย ผู้ตายไม่มีผู้สืบสันดาน บิดามารดาของผู้ตายถึงแก่ความตายไปแล้ว ผู้คัดค้านเป็นสามีของผู้ตายอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส กันตามกฎหมาย ก่อนมาอยู่กินกันฉันสามีภริยากับผู้ตาย ผู้คัดค้านมีภริยาแล้วชื่อนางวิสิทธิ์โดยได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อ พ.ศ. 2500 ขณะนี้ก็ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันตามกฎหมาย

พิเคราะห์แล้ว ที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้คัดค้านไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องนั้น ผู้ร้องให้เหตุผลว่า ผู้คัดค้านมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ในปัจจุบันยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน ไม่ว่าผู้คัดค้านจะมีพฤติการณ์เช่นไร ผู้คัดค้านกับผู้ตายก็ไม่อาจมีสถานภาพเป็นสามีภริยากันได้ ผู้คัดค้านเป็นเพียงชายชู้ของผู้ตายเท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่หญิงกับชายอยู่กินร่วมกันและประพฤติปฏิบัติต่อกันฉันสามีและภริยา แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายหญิงชายคู่นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นสามี ภริยากันโดยทางพฤตินัย เป็นแต่เพียงกฎหมายยังไม่รับรองว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เท่านั้น ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านกับผู้ตายอยู่กินกันฉันสามีภริยาเป็นเวลานานประมาณ 16 ปี ก็ถือได้ว่าผู้คัดค้านกับผู้ตายเป็นสามีภริยากันแล้ว ผู้ร้องนำสืบโดยผู้ร้องกับพยานผู้ร้องมาเบิกความลอย ๆ ว่า ผู้ตายไม่มีสามีทรัพย์สินต่าง ๆที่ผู้ตายมีอยู่ ผู้ตายเป็นผู้ซื้อหามาเองเพียงลำพัง โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุน แต่ฝ่ายผู้คัดค้านเบิกความว่าผู้คัดค้านเป็นสามีของผู้ตายอยู่กินร่วมกันฉัน สามีภริยามานานประมาณ 16 ปีแล้วระหว่างนั้นได้ร่วมกันซื้อหาทรัพย์สินมาเก็บไว้บ้าง และซื้อที่ดินพร้อมอาคารชุดราชเทวีทาวเวอร์ นอกจากนี้ผู้คัดค้านกับผู้ตายยังได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาบางกะปิซึ่งบัญชีดังกล่าวผู้คัดค้านและผู้ตายมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี ร่วมกันข้อเท็จจริงดังกล่าวผู้ร้องก็ไม่ได้โต้แย้งหรือนำพยานหลักฐานมา พิสูจน์หักล้างว่าไม่เป็นความจริง ข้อนำสืบของผู้คัดค้านดังกล่าวเมื่อพิจารณาประกอบกับการที่ผู้คัดค้านกับผู้ ตายเป็นสามีภริยากันและอยู่กินกันฉันสามีภริยาเป็นเวลานานถึง 16 ปีแล้วมีเหตุผลให้น่าเชื่อว่าผู้คัดค้านกับผู้ตายร่วมกันทำมาหากินจนมี ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเป็นคดีนี้และ ทรัพย์สินดังกล่าวต้องถือว่าผู้คัดค้านกับผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม กัน จึงถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าวที่ศาล อุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องซึ่งเป็น ทายาทโดยธรรมนั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว..."
       พิพากษายืน.
      ( มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ - ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ - พรชัย สมรรถเวช )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2534  สามีไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ของภรรยา ภรรยาตายมีพี่สาว พี่สาวขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก สามีคัดคัดค้านขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว ศาลตั้งให้พี่สาวและสามีเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันได้เพราะสามีเป็นผู้มีส่วน ได้เสีย

 

 




ฟ้องคดีเรื่องมรดกและผู้จัดการมรดก

ทรัพย์มรดกของพระภิกษุผู้มรณภาพตกเป็นมรดกแก่วัด
เงื่อนไขของพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง
การโอนอันมีค่าตอบแทนและรับโอนโดยสุจริต
ไม่ถอนคนเดิมแต่ให้ตั้งคนใหม่เป็นผู้จัดการมรดกร่วม
ไม่ได้ระบุทายาทในบัญชีเครือยาทถือว่าปดปิดหรือไม่
ผู้มีส่วนได้เสียถอนผู้จัดการมรดก
บุคคลต่อไปนี้จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้
มรดกที่ผู้เป็นเจ้าของมีเพียงสิทธิครอบครอง
ผู้ค้ำประกันหนี้ค่าภาษีอากร-อายุความ
ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้อย่างเจ้าหนี้สามัญ
คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่
อายุความตัดสิทธิในระหว่างทายาทด้วยกัน
พินัยกรรมยกสิทธิอาศัยและสิทธิเก็บกิน
ทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของทารกในครรภ์มารดา
ผู้แทนโดยชอบธรรมขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม
อำนาจร้องขอถอนผู้จัดการมรดก | พินัยกรรมเป็นโมฆะ
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ