ReadyPlanet.com
dot
รวมกฎหมายและฎีกา
dot
bulletกฎหมายทั่วไป
bulletคดีครอบครัว
bulletคำพิพากษาคดีอาญา
bulletที่ตั้งสำนักงาน
bulletซื้อขายเช่าซื้อขายฝาก
bulletครอบครองปรปรปักษ์
bulletผู้จัดการมรดก
bulletกฎหมายแรงงาน
bulletทรัพย์สินกรรมนสิทธิ์
bulletหลักฐานการกู้ยืมเงิน
bulletสัญญาตัวแทน
bulletซื้อขายที่ดิน
bulletสัญญาเช่า
bulletลาภมิควรได้
bulletผู้คำประกัน
bulletคดีล้มละลาย
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletพ.ร.บ. ทนายความ




สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

   -ปรึกษากฎหมาย นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

     โทร.085-9604258

   -ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์   

   (1) @leenont 

   (2) @peesirilaw  

   (3) 0859604258 เพิ่มด้วยหมายเลขโทรศัพท์

  -Line Official Account : เพิ่มเพื่อน QR CODE

       

สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

โจทก์ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยไม่ได้ลาออกจากงาน ต่อมากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้จ่ายเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมให้แก่โจทก์แล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องเก็บรักษาไว้แทนผู้จัดการกองทุนเพื่อจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อพ้นจากตำแหน่งในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่มีสิทธิหักหนี้สินที่โจทก์มีต่อตนได้ และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5954/2550

โจทก์เคยเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ต่อมาโจทก์ลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน กองทุนได้จ่ายเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมให้โจทก์แล้ว และได้จ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจำนวน 531,702.57 บาท ให้แก่จำเลยไว้จึงเป็นกรณีที่โจทก์ลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงานตามข้อบังคับกองทุนฯ ข้อ 37 วรรคหนึ่ง (7) เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบดังกล่าวจึงเป็นเงินที่จำเลยต้องเก็บรักษาไว้แทนผู้จัดการกองทุนเพื่อจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อพ้นจากตำแหน่งในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และโจทก์มีสิทธิได้รับเงินสมทบ ดังนั้น เมื่อโจทก์ลาออกจากงานด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รับเงินสมทบ เงินดังกล่าวจึงยังมีสภาพเป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจากกองทุน มิได้กลับมาเป็นของจำเลยแต่อย่างใด สิทธิเรียกร้องเงินดังกล่าวไม่อาจโอนกันได้ตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ มาตรา 23, 24 และไม่อาจนำไปหักกลบลบหนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 346

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจำนวน 531,702.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจำนวน 531,702.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 18 เมษายน 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า “มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์จำเลยประการเดียวว่า เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่กองทุนเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้วได้จ่ายให้แก่จำเลยจำนวน 531,702.57 บาท ยังมีสภาพเป็นเงินสมทบตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 หรือไม่ และจำเลยจะนำไปหักกลบลบหนี้หรือถือเป็นรายได้ของจำเลยในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้กลับคืนมาได้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิก ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน โดยให้จ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายในเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ” บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิกภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุนซึ่งตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้ว หมวด 9 การได้รับเงินจากกองทุน ข้อ 36 วรรคหนึ่ง ระบุว่า “เมื่อสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ สมาชิกจะได้รับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมเต็มจำนวน” และข้อ 37 วรรคหนึ่ง ระบุว่า “เมื่อสมาชิกซึ่งเป็นพนักงาน กฟผ. สิ้นสมาชิกภาพ สมาชิกจะได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบตามสิทธิเว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีสมาชิกตาย แต่สมาชิกดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ กฟผ. เห็นว่า ถ้าไม่ตายเสียก่อนก็จะได้รับโทษถึงปลดออกจาก กฟผ.
(2) กรณีสมาชิกเกษียณอายุ แต่สมาชิกดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ซึ่งคดีอาญานั้น กฟผ. เป็นผู้เสียหาย หรือการกระทำความผิดทางอาญานั้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในบริเวณ กฟผ. เว้นแต่คดีที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท และเมื่อคดีหรือกรณีถูกกล่าวหาถึงที่สุดแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาจะมีความผิดซึ่ง กฟผ. เห็นว่าถ้าไม่เกษียณเสียก่อนก็จะต้องได้รับโทษปลดออกจากงาน
(3) กรณีสมาชิกถูก กฟผ. ให้ออกเพราะขาดคุณสมบัติซึ่งสมาชิกดังกล่าวได้จงใจปกปิดข้อเท็จจริงไว้ในขณะเข้าปฏิบัติงาน และกรณีถูก กฟผ. ให้ออกเพราะขาดความรู้อยู่ก่อนได้รับการบรรจุเป็นพนักงานหรือก่อนได้รับการจ้างเป็นลูกจ้าง
(4) กรณีสมาชิกถูก กฟผ. ให้ออกเพราะเหตุอื่นนอกจาก (3) และสมาชิกดังกล่าวมีอายุการทำงานใน กฟผ. น้อยกว่าหนึ่งปี
(5) กรณีสมาชิกถูก กฟผ. ปลดออก
(6) กรณีสมาชิกลาออกจาก กฟผ. และสมาชิกดังกล่าวมีอายุการทำงานใน กฟผ. น้อยกว่าห้าปี
(7) กรณีสมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน
ให้จัดการกองทุนจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่ไม่ได้จ่ายให้แก่สมาชิกคืนให้แก่ กฟผ. ทันทีนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพโดยถือเป็นรายได้ของ กฟผ. ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่กรณีตาม (7) ให้ กฟผ. เก็บรักษาเงินดังกล่าวไว้เพื่อจ่ายให้บุคคลนั้นเมื่อพ้นจากตำแหน่งใน กฟผ. และมีสิทธิจะได้รับเงินสมทบ”

ตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้ว ข้อ 37 วรรคสอง ที่ระบุให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่ไม่ได้จ่ายให้แก่สมาชิกคืนให้แก่จำเลยโดยถือเป็นรายได้ของจำเลยในรอบระยะเวลาบัญชีเพียงกรณีที่สมาชิกกระทำความผิดหรือถูกลงโทษถึงปลดออกหรือให้ออก และกรณีลาออกแต่มีอายุการทำงานน้อยกว่าห้าปีตาม (1) ถึง (6) โดยมีข้อยกเว้นใน (7) กรณีสมาชิกลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน ซึ่งกรณีนี้ให้จำเลยเก็บรักษาเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่ผู้จัดการกองทุนจ่ายมาให้เพื่อให้จำเลยจ่ายแก่สมาชิกนั้นเมื่อพ้นจากตำแหน่งและมีสิทธิจะได้รับเงินสมทบ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งยุติในการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลางว่าโจทก์เคยเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้วได้จ่ายเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมให้โจทก์แล้ว และได้จ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจำนวน 531,702.57 บาท ให้แก่จำเลยไว้ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ลาออกจากกองทุนโดยไม่ได้ลาออกจากงานตามข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้ว ข้อ 37 วรรคหนึ่ง (7) เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบดังกล่าวจึงเป็นเงินที่จำเลยต้องเก็บรักษาไว้แทนผู้จัดการกองทุนเพื่อจ่ายให้แก่โจทก์เมื่อพ้นจากตำแหน่งในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและโจทก์มีสิทธิจะได้รับเงินสมทบ ดังนั้น เมื่อโจทก์ออกจากงานด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รับเงินสมทบ เงินดังกล่าวจึงยังมีสภาพเป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบจากกองทุนมิได้กลับมาเป็นของจำเลยแต่อย่างใดสิทธิเรียกร้องเงินดังกล่าวไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 มาตรา 23 และมาตรา 24 และไม่อาจจะนำไปหักกลบลบหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 346 จึงมิใช่เงินที่จำเลยจ่ายสมทบเข้ากองทุนและถือเป็นรายจ่ายไปแล้ว และได้เงินกลับคืนมาจากกองทุนด้วยประการใด ๆ ที่จะถือเป็นรายได้ของจำเลยในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้กลับคืนมาตามกฎกระทรวงฉบับที่ 183 (พ.ศ.2533) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อ 6 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่จำเลยหักหนี้สินที่โจทก์มีต่อจำเลยและหนี้สินที่มีต่อเจ้าหนี้รายอื่นจากเงินดังกล่าวไม่ชอบด้วยข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งจดทะเบียนแล้ว ข้อ 37 จึงต้องจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบที่รับไว้จากผู้จัดการกองทุนให้แก่โจทก์ทั้งหมดนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น”

พิพากษายืน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 346 สิทธิเรียกร้องรายใดตามกฎหมาย ศาลจะสั่งยึดมิได้สิทธิเรียกร้องรายนั้นหาอาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่

พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530
มาตรา 23 ภายใต้บังคับมาตรา 23/2 และมาตรา 23/3 เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิก ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุนและตามที่กำหนดในมาตรา 23/1 โดยให้จ่ายรวมทั้งหมดคราวเดียวภายในเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ

ในกรณีสิ้นสมาชิกภาพเพราะถึงแก่ความตาย ถ้าลูกจ้างมิได้กำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินจากกองทุนไว้โดยพินัยกรรมหรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่ผู้จัดการกองทุนหรือได้กำหนดไว้แต่บุคคลผู้นั้นตายก่อน ให้จ่ายเงินจากกองทุนตามวรรคหนึ่งให้แก่บุคคลตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) บุตรให้ได้รับสองส่วน แต่ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่สามคนขึ้นไปให้ได้รับสามส่วน

(2) สามีหรือภริยาให้ได้รับหนึ่งส่วน

(3) บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน

ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลดังกล่าวใน (1) (2) หรือ (3) หรือมีแต่ได้ตายก่อนให้แบ่งเงินที่บุคคลนั้นมีสิทธิจะได้รับให้แก่บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ตามส่วนที่กำหนดในวรรคสอง

ถ้าผู้ตายไม่มีบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนตามวรรคสองหรือไม่มีทายาทตามกฎหมายแล้วให้เงินดังกล่าวตกเป็นของกองทุน

มาตรา 23/1 ในกรณีที่เป็นกองทุนหลายนายจ้าง การคำนวณเงินผลประโยชน์เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพ ให้ผู้จัดการกองทุนคำนวณเงินผลประโยชน์ของลูกจ้างดังกล่าวจากบัญชีส่วนได้เสียของบรรดาลูกจ้างที่มีนายจ้างรายเดียวกัน

ในกรณีที่เป็นกองทุนที่มีหลายนโยบายการลงทุน การคำนวณเงินผลประโยชน์ของลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพ ให้ผู้จัดการกองทุนคำนวณจากทรัพย์สินในบัญชีของนโยบายการลงทุนที่ลูกจ้างรายนั้นมีส่วนได้เสีย

มาตรา 23/2 เมื่อลูกจ้างรายใดสิ้นสมาชิกภาพเพราะการเกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน หากลูกจ้างรายนั้นแสดงเจตนาขอรับเงินจากกองทุนเป็นงวด ให้ผู้จัดการกองทุนจ่ายเงินจากกองทุนตามเจตนาของลูกจ้าง โดยลูกจ้างรายนั้นยังคงเป็นสมาชิกของกองทุนต่อไปได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน แต่ลูกจ้างรายนั้นและนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสะสมหรือเงินสมทบสำหรับลูกจ้างรายนั้นอีก ทั้งนี้ การรับเงินจากกองทุนเป็นงวดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

มาตรา 23/3 เมื่อลูกจ้างรายใดสิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด ลูกจ้างรายนั้นมีสิทธิคงเงินทั้งหมดที่มีสิทธิจะได้รับไว้ในกองทุน และคงการเป็นสมาชิกต่อไป โดยลูกจ้างและนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุน ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุนโดยระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ออกจากงาน

มาตรา 24 สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓/๒ และมาตรา ๒๓/๓ ไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ สิทธิที่จะได้รับเงินสมทบ สิทธิเรียกร้องไม่อาจโอนกันได้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเอง
ผู้พิพากษาคนเดียวลงโทษจำคุก 8 เดือนได้หรือไม่?
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำลย
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ขอให้ศาลสั่งปล่อยตัว-ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
ผู้มีส่วนได้เสียสิทธิเพิกถอนผู้จัดการมรดก
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด-หนี้ที่ไม่ได้ระบุระยะเวลาชำระหนี้
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
บุตรบุญธรรม
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน