ReadyPlanet.com
dot
รวมกฎหมายและฎีกา
dot
bulletกฎหมายทั่วไป
bulletคดีครอบครัว
bulletคำพิพากษาคดีอาญา
bulletที่ตั้งสำนักงาน
bulletซื้อขายเช่าซื้อขายฝาก
bulletครอบครองปรปรปักษ์
bulletผู้จัดการมรดก
bulletกฎหมายแรงงาน
bulletทรัพย์สินกรรมนสิทธิ์
bulletหลักฐานการกู้ยืมเงิน
bulletสัญญาตัวแทน
bulletซื้อขายที่ดิน
bulletสัญญาเช่า
bulletลาภมิควรได้
bulletผู้คำประกัน
bulletคดีล้มละลาย
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletพ.ร.บ. ทนายความ




ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้

ทนายความคดีครอบครัว ฟ้องหย่า สินสมรส อำนาจปกครองบุตร ชู้สาว มรดก

ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้   

หนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ทั้งสองจำนวน 1,187,093 บาท ถือเป็นหนี้ร่วมที่ลูกหนี้ทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดเจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้เพราะเจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งจนสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือกแต่ลูกหนี้ร่วมยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิงแล้ว เมื่อมิได้ชำระหนี้ดังกล่าวเจ้าหนี้จึงนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้

   คำพิพากษาฎีกาที่ 1349/2550 

จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอม โดยจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์แยกเป็นต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 187,093 บาท และโจทก์ตกลงให้จำเลยทั้งสองผ่อนชำระรวม 10 งวด หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้คิดเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม การที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว กรณีจึงเป็นลูกหนี้ร่วมซึ่งโจทก์จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งโดย สิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ร่วมยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จ สิ้นเชิงแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 291 เมื่อจำเลยที่ 2 ยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้เสร็จ สิ้น โจทก์จึงนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้

            โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย

            จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

            ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราช บัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร

            จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

            ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การและนำสืบยอมรับว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำ พิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้คดีหมายเลขแดงที่ 3534/2547 จริง โดยคงให้การและนำสืบโต้แย้งเฉพาะในประเด็นว่าจำเลยทั้งสองไม่มีหนี้สินล้น พ้นตัวเท่านั้น และข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็น หนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขแดงที่ 3534/2547 ที่พิพากษาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2547 โดยจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์แยกเป็นต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 187,093 บาทและโจทก์ตกลงให้จำเลยทั้งสองผ่อนชำระรวม 10 งวด เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2547 หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้คิดเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า หนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวสามารถแบ่งแยกจากกันได้โดยจำเลยทั้งสองต้องรับผิด เป็นส่วนเท่า ๆ กัน จำเลยที่ 1 จึงเป็นหนี้โจทก์เพียง 608,442.29 บาท นั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว กรณีจึงเป็นลูกหนี้ร่วมซึ่งโจทก์จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งโดย สิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ร่วมยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จ สิ้นเชิงแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้เสร็จ สิ้นโจทก์จึงนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้

              พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.

  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  มาตรา 291  ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนอง ซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับ ชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิง หรือแต่ โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือกแต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

 มาตรา 9      เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ
(1) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(2) ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียว หรือหลายคน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็น นิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวน ไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และ
(3) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึง กำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม
 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเอง
ผู้พิพากษาคนเดียวลงโทษจำคุก 8 เดือนได้หรือไม่?
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำลย
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ขอให้ศาลสั่งปล่อยตัว-ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
ผู้มีส่วนได้เสียสิทธิเพิกถอนผู้จัดการมรดก
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด-หนี้ที่ไม่ได้ระบุระยะเวลาชำระหนี้
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
บุตรบุญธรรม
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน