ReadyPlanet.com
dot
รวมกฎหมายและฎีกา
dot
bulletกฎหมายทั่วไป
bulletคดีครอบครัว
bulletคำพิพากษาคดีอาญา
bulletที่ตั้งสำนักงาน
bulletซื้อขายเช่าซื้อขายฝาก
bulletครอบครองปรปรปักษ์
bulletผู้จัดการมรดก
bulletกฎหมายแรงงาน
bulletทรัพย์สินกรรมนสิทธิ์
bulletหลักฐานการกู้ยืมเงิน
bulletสัญญาตัวแทน
bulletซื้อขายที่ดิน
bulletสัญญาเช่า
bulletลาภมิควรได้
bulletผู้คำประกัน
bulletคดีล้มละลาย
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletพ.ร.บ. ทนายความ




คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด

ทนายความคดีครอบครัว ฟ้องหย่า สินสมรส อำนาจปกครองบุตร ชู้สาว มรดก

คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด 

ในการฟ้องคดีแรงงานให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการฯ กฎหมายกำหนดให้ฟ้องภายใน 30 วันนับแต่ได้รับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ในคดีนี้ ได้ความว่า หลานของโจทก์ได้รับคำวินิจฉับอุทธรณ์ทางไปรษณีย์แล้ว ถือว่า หลานของโจทก์รับเอกสารแทนโจทก์ และถือว่าโจทก์ทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยชอบแล้วต้องฟ้องศาลแรงงานภายใน 30 วัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8787/2550

 “คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์นั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด

สำนักงานประกันสังคมส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ไปยังที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ ค. หลานของโจทก์ลงลายมือชื่อในใบตอบรับเอกสารแทนโจทก์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 ต้องถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในวันนั้น

โจทก์ฟ้องคดีขอเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานกลาง เกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นผลให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงิน 36,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายที่ยังขาดอยู่อีกจำนวน 36,000 บาท จากจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.2 ว่า การที่โจทก์นำคดีไปสู่ศาลแรงงานกลางชอบด้วยพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 แจ้งไปยังที่อยู่โจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยที่ 1 โดยนายคมสัน เหมือนชาติ หลานของโจทก์ได้รับไว้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 จึงเกินกำหนด 30 วัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม แล้วนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม บัญญัติว่า “คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์นั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด” ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้อุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย มิฉะนั้นคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประโยชน์ทดแทนของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธร ต่อมาคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 แล้วสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธรจึงได้ส่งคำสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 8 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร อันเป็นที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ มีนายคมสัน หลานของโจทก์ลงลายมือชื่อในใบตอบรับรับเอกสารแทนโจทก์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์จึงต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 เกินกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย เป็นผลให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 เป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม ที่โจทก์แก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 33 ซอย 3 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร กับบุตรชายเพื่อรักษาโรคเบาหวาน และนายคมสันไม่ได้นำหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์มอบให้แก่โจทก์ โจทก์มิได้มีเจตนาเพิกเฉยละเลยนั้น ก็ไม่มีผลให้โจทก์โต้แย้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่เป็นที่สุดไปแล้วได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ซึ่งเป็นที่สุดแล้ว และให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายอีกจำนวน 36,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533

มาตรา 87 ให้คณะกรรมการอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามมาตรา ๘๕

เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยนั้นเป็นหนังสือให้ผู้อุทธรณ์ทราบ

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์นั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจ ให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด

มาตรา ๘๘ การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการขอให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไว้ก่อนถ้าเลขาธิการเห็นสมควรจะสั่งให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวไว้เพื่อรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้

 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของตนเอง
ผู้พิพากษาคนเดียวลงโทษจำคุก 8 เดือนได้หรือไม่?
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำลย
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ขอให้ศาลสั่งปล่อยตัว-ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
ผู้มีส่วนได้เสียสิทธิเพิกถอนผู้จัดการมรดก
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด-หนี้ที่ไม่ได้ระบุระยะเวลาชำระหนี้
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
บุตรบุญธรรม
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน